ไปยังหน้า : |
ภิกษุ ท.! ก็สมณะหรือพราหมณ์ เหล่าใดเหล่าหนึ่ง บรรดามีในครั้ง อดีตกาล นานไกลมา ได้เห็นอารมณ์อันเป็นที่รักที่ชื่นใจในโลก โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นสภาพมิใช่ตัวตน, เห็นโดยความเป็นของเสียบแทง เป็นภัยน่ากลัว แล้ว; สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ก็ละตัณหาได้แล้ว.
ภิกษุ ท.! ก็สมณะหรือพราหมณ์์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง บรรดาที่จะมีใน อนาคต หากได้เห็นอารมณ์์อันเป็นที่รักที่ชื่นใจในโลก โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นสภาพมิใช่ตัวตน, เห็นโดยความเป็นของเสียบแทงเป็นภัยน่ากลัว แล้ว; สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ก็จักละตัณหาได้.
ภิกษุ ท.! แม้สมณะหรือพราหมณ์เหล่าใดเหล่าหนึ่ง บรรดาที่มีใน ปัจจุบันนี้ เห็นอยู่ซึ่งอารมณ์อันเป็นที่รักที่ชื่นใจในโลก โดยความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นสภาพมิใช่ตัวตน, เห็นโดยความเป็นของเสียบแทง เป็นภัยน่ากลัว แล้ว ; สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมละตัณหาได้.
ภิกษุ ท.! สมณะหรือพราหมณ์์เหล่าใด ละตัณหาได้, สมณะหรือพราหมณ์เหล่านั้น ย่อมละอุปธิได้; เมื่อละอุปธิได้ ก็ย่อมละทุกข์ได้ ; เมื่อละทุกข์ได้ ก็ย่อมพ้นจากชาติ ชรา มรณะโสกะ ปริเทวะ ทุกขะ โทมนัสและอุปายาส ; เราตถาคตกล่าวว่าสมณหรือพราหมณ์เหล่านั้น พ้นจากทุกข์ได้ ดังนี้แล.
- นิทาน. สํ. 16/134/261.